17 สุดยอดพ่อมดและแม่มด ที่ปรากฏตัวในตำนานและนิทานปรัมปรา  

17 สุดยอดพ่อมดและแม่มด ที่ปรากฏตัวในตำนานและนิทานปรัมปรา  

17 สุดยอดพ่อมดและแม่มด ที่ปรากฏตัวในตำนานและนิทานปรัมปรา  

พ่อมดและแม่มด ปรากฏตัวให้เห็นอยู่ทั่วไป ทั้งในนิยาย ตำนาน และหน้าประวัติศาสตร์ แม้ว่าเรื่องราวส่วนใหญ่ ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจ

น น่าเชื่อถือ ที่ช่วยชี้ชัดว่า คนเหล่านี้สมควรถูกเรียกว่าแม่มดหรือเปล่าก็ตาม แต่คนที่สามารถทำอะไรได้เหนือธรรมชาติ ก็ยังคงถูกบันทึกเอาไว้ในฐานะของแม่มดอยู่ดีในวันนี้ ผู้เขียนอยากขอทำการเล่าถึง เหล่าคนที่ถูกเรียกว่าแม่มด ที่มีชื่อเสียง จนต้องจารึกเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ ทั้งแม่มดที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้นำองค์ความรู้อันยิ่งใหญ่ หรือผู้ที่ยอมรับสารภาพว่าตัวเองเป็นแม่มด ในช่วงเวลาแห่งการล่าแม่มดในยุคกลาง ณ ทวีปยุโรป แบบละเอียดยิบกันเลยทีเดียว...

 

1.พ่อมดในตำนาน : Solomon

          กษัตริย์โซโลมอน เป็นนักเวทมนตร์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกในฐานะของราชันย์แห่งเวทมนตร์ เรื่องราวของพระองค์ปรากฏในคัมภีร์ฮิบบรูโบราณ คัมภีร์ไบเบิ้ลฉบับพันธะสัญญาเก่า และคัมภีร์อัลกุรข่านของอิสลาม ในชื่อของ “สุไลมาน” นอกจากนี้ กษัตริย์โซโลมอน ยังถูกอ้างอิงในตำนานต่างๆ ในการเข้าถึงพลังเหนือธรรมชาติ ผู้ครอบครอง “แหวนวิเศษ” ที่เรียกกันว่า "Seal of Solomon" ที่ทำให้เขามีอำนาจเหนือปีศาจทั้งมวล

แหวนวิเศษ ประทับด้วยสัญลักษณ์ที่มีมนตร์ขลัง ที่ถูกเรียกว่า “ดาวแห่งดาวิด” ทำให้เขามีอำนาจเหนือเหล่าปีศาจ แม้แต่ “Asmodeus” ราชาปีศาจ ก็ยังถูกกำราบจนกลายมาเป็นหนึ่งในบริวาร โซโลมอนบัญชาให้ปีศาจนำก้อนหิน และน้ำ ในดินแดนที่ห่างไกล มาตกแต่งสวน รวมไปถึงสัตว์ นก พืชแปลกๆ และสัตว์หายากต่างๆ มาเป็นอาหารสำหรับเขา ในบางเรื่องราวเล่าว่า โซโลมอน ใช้ปีศาจให้สร้างวิหารต่างๆอีกมากมาย นอกจาก แหวนวิเศษแล้ว โซโลมอนยังมีอุปกรณ์เวทมนตร์วิเศษอีกหลายอย่าง ที่สำคัญๆได้แก่ “กุญแจ” และ โต๊ะ” ของเขา

เกี่ยวกับชาติกำเนิดของโซโลมอนนั้น เชื่อกันว่าเขาเป็นบุตรชายของกษัตริย์ดาวิด แห่งประเทศอิสราเอลและบัทเชบา ที่มีตัวตนอยู่จริงในช่วงราว 10 ศตวรรษก่อนคริสตกาลแม้ว่าจะมีหลักฐานเกี่ยวกับกษัตริย์โซโลมอนน้อยมาก แต่เชื่อกันว่าเขาเป็นผู้สร้างพระวิหารแห่งแรกในกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อใช้เป็นที่พำนักพักถาวรของ “หีบแห่งพันธะสัญญา” เช่น เดียวกับอาคารสำคัญอื่นๆอีกมากมาย

คัมภีร์อันกุลข่านของอิสลาม ได้กล่าวว่า กษัตริย์ โซโลมอน นอกจากจะมีประชาชนอยู่ใต้บังคับบัญชาเป็นจำนวนมาก ยังเป็นเจ้าของ “Djinn” ข้ารับใช้ที่มีพลังเหนือธรรมชาติ เขาสามารถควบคุมองค์ประกอบต่างๆของธรรมชาติได้ตามใจต้องการ เช่น การควบคุมสายลม เพื่อช่วยในการขนส่งที่รวดเร็ว เป็นต้น เขายังสามารถเข้าใจภาษาของสัตว์ รวมไปถึงการมองเห็นภาพนิมิตความลับบางอย่างของโลก ที่มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้อีกด้วย

            เชื่ออีกว่ากษัตริย์โซโลมอนได้เข้าร่วมพิธีกรรมมากมายที่นำไปสู่การเข้าถึงพลังเหนือธรรมชาติ ด้วยพลังเหล่านี้เอง ที่ทำให้อาณาจักรแห่งโซโลมอนมีความมั่งคั่ง รุ่งโรจน์อย่างไม่เคยมีมาก่อนแผ่ขยายไปทั่วโลก นอกจากนี้ ผู้ที่อาศัยอยู่ภายในดินแดนแห่งโซโลมอนนอกจากมนุษย์แล้วยังรวมไปถึงเหล่าเทวดา สัตว์ นก สัตว์เลื้อยคลาน และปีศาจ ที่ใช้ชีวิตรวมกันอย่างมีความสุข สนุกสนาน ด้วยเหล้ายาปลาปิ้งที่ไม่เคยขาด

            ในสถาปัตยกรรมแห่งคัมบาล่า มีภาพของกษัตริย์โซโลมอนกำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศ โดยนั่งอยู่บนบัลลังก์แห่งแสงบนหลังของนกอินทรี เพื่อไปเยือนประตูแห่งสวรรค์ และนรก รวมไปถึงยอดของภูเขาอันมืดมิด ที่เทวดาตกสวรรค์นาม Uzza และ Azzael ถูกล่ามโซ่เอาไว้ โซโลมอนใช้อำนาจของแหวนเวทมนตร์ บังคับให้เทวดาเปิดเผยความลับมากมาย

ตำนานเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับความอัศจรรย์ของโซโลมอนยังมีอีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น การนั่งพรมบินเดินทางไกลกว่า 60 ไมล์ หรือ การบัญชาฝูงสัตว์จักรกล ที่สามารถเคลื่อนไหวตอบสนองคำสั่งได้ แถมวัตถุดิบที่ใช้ที่ทำยังเป็นทองคำตลอดทั้งตัว เป็นต้น ด้วยตำนานเล่าขานถึงพลังเวทมนตร์อันมากมาย ทำให้กษัตริย์โซโลมอน กลายมาเป็นหนึ่งในพ่อมดที่ทรงอำนาจที่สุดในตำนานของโลก

 

2.แม่มดในตำนาน : Witch of Endor

Witch of Endor  หรือ “แม่มดแห่งเอนเดอร์” จากรายงานของซามูเอล ในคัมภีร์ไบเบิ้ลฉบับพันธสัญญาเก่า บทที่ 28 โองการ 3-25 แม่มด แห่งเอนเดอร์ เป็นผู้หญิงที่สามาถใช้ของขลังในการเรียกผี วิญญาณของผู้ที่พึ่งเสียชีวิตได้ ในสมัยของกษัตริย์ซาอูล ที่ 1 แห่งประเทศอิสราเอล ที่ครองราชย์ในช่วง 1,047-1,007 ปี ก่อนคริสตกาลหลังจากที่ซามูเอล เสียชีวิต กษัตริย์ ซาอูล ได้ทำการขับไล่นักเวทมนตร์ และเนโครแมนเซอร์ ออกไปจากดินแดนของพระองค์จนหมด แต่เมื่อพรมแดนถูกคุกคามจากกองทัพเพื่อนบ้าน  และคาดหวังว่าจะได้รับคำพยากรณ์หรือข้อเสนอแนะในการจัดการกับกองทัพเหล่าของศัตรูจากพระเจ้า เมื่อไม่ได้รับคำตอบตามที่ต้องการ กษัตริย์ ซาอูล ได้บัญชาให้แม่มดทำการติดต่อเรียกวิญญาณของซามูเอลเพื่อขอคำแนะนำแทน พิธีกรรมประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม วิญญาณของซามูเอลไม่ได้ให้วิธีการแก้ไขสถาณการ เพราะซามูเองมองเห็นภาพการล่มสลายของกษัตริย์ซาอูล และลูกชาย ในวันถัดมาคำพยากรณ์ก็เป็นจริง เมื่อกษัตริย์ซาอูล พ่ายแพ้ในการต่อสู้ที่สมรภูมิกิลโบอา ส่วนแม่มดที่ปรากฏตัวในฐานะของผู้อัญเชิญวิญญาณ คาดกันว่าคือ “Zephaniah” มารดาของลูกพี่ลูกน้องของกษัตริย์ซาอูล หรือ  “Sedecla” ลูกสาว ของปุโรหิตอาวุโส แห่งแอนเดอร์

 

3.พ่อมดในตำนาน : Simon Magus

ไซมอน มากัส หรือ ที่รู้จักกันในชื่อของ “Simon the Sorcerer” และ “Simon of Gitta” เป็นชื่อของชาวคริสเตียนคนหนึ่ง ที่ปรากฏชื่อในคัมภีรย์ไบเบิ้ล ไซม่อน อวดอ้างว่าตัวเองได้ครอบครองความสามารถในการเหาะเหินเดินอากาศ จนนำไปสู่ข้อกล่าวหาที่ว่า เขาเป็นปีศาจในร่างของมนุษย์ บท “Acts of the Apostles” ในคัมภีร์ไบเบิ้ล ข้อ 8 : 9-24 เขาปรากฏตัวขึ้นมาในเมือง Sebaste ของประเทศซามาเรีย ไซมอน พยายามเสนอเงินให้กับบรรดาอัครสาวก เป็นค่าจ้าง เพื่อเรียนรู้ ครอบครองอำนาจในการใช้มือเพื่อรักษาร่างกาย และจิตวิญญาณ รวมไปถึงการจ่ายเงินใต้โต๊ะ เพื่อให้ได้ตำแหน่งชั้นสูงในคริสตจักร

ไซมอน มีพลังพิเศษในการสร้างมนุษย์จากความว่างเปล่า ทำให้รูปปั้นมีชีวิต สามารถเรียกภูตผีปีศาจมาเป็นข้ารับใช้ได้ เสกขนมปังจากก้อนหิน สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ และเดินทะลุวัตถุได้ ถึงแม้จะมีพลังเวทมนต์ที่สูงส่ง แต่ความโลภในพลังอำนาจไม่เคยเพียงพอ ไซมอน ยังขาดพลังในการรักษาคนเหมือนกับพระเยซู จึงพยายามติดสินบนสาวกปีเตอร์ เพื่อแลกกับความลับอันยิ่งใหญ่ของพลัง แต่สาวกปีเตอร์ไม่เล่นด้วย พร้อมกับสาปแช่งไซมอนให้ดับสลายไปพร้อมๆกับเงินของเขา

ในบันทึกของนักบุญคลีเมนต์ (St.Clement) เล่าว่า ไซมอนได้เดินทางไปที่โรมา (Rome) เขาได้รับการต้อนรับยกย่องสรรเสริญ ไซมอนที่หลงตัวเอง ได้เตรียมตัวที่จะก่อตั้งศาสนาขึ้นมาใหม่ โดยมีตัวเองเป็นศาสดา แต่ถูกขัดขวางโดยสาวกปีเตอร์ ที่เกรงว่าการก่อตั้งศาสนาใหม่จะทำให้ประชาชนโรมา เกิดการล่าช้าในการยอมรับศาสนาคริสต์ กษัตริย์เนโร (Nero) จึงได้จัดการประลองเวทมนต์ระหว่างทั้งสองขึ้น เพื่อพิสูจน์ว่าเวทมนต์ของใครจะแข็งแกร่งมากกว่ากัน

 ไซมอน ได้แสดงพลังการเหาะลอยขึ้นไปบนอากาศ ในขณะที่สาวกเปโตรอธิษฐานต่อพระเจ้า ให้ระงับอิทธิฤทธิ์นั่น ด้วยอำนาจจากบทสวดมนต์ของศาสนาคริสต์ เชื่อกันว่า ไซม่อนตกลงมาจากท้องฟ้าจนคอหักตาย บางตำนานเล่าว่า ไซ่ม่อน ตกลงมาจากฟ้าจนขาหักทั้งสองข้าง ฝูงชนที่รอชมอยู่ ที่หมั่นไส้ ไซมอน จากการอวดอ้างเป็นทุนเดิม ได้ขว้างปาก้อนหินใส่จนกระทั่งเขาขาดใจตาย ผลการประลองจึงจบลงด้วยชัยชนะของสาวกปีเตอร์ อย่างไรก็ตาม ไซม่อน ได้สั่งลูกศิษย์ให้เก็บร่างของตัวเอง อาไว้อย่างดีเป็นเวลาสามวัน ตั้งแต่ก่อนทำการประลอง ด้วยความหวังว่าตัวเองจะฟื้นคืนชีพกลับมาได้อีกครั้ง เหมือนกับพระเยซู เมื่อผ่านไปสามวัน เป็นที่ชัดเจนว่า ไซม่อน นั้นตายสนิท หมดสิทธิ์ฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง

 

4.แม่มดในตำนาน : Hecate

            เฮคาเต้ แต่เดิมเป็นเทพธิดาแห่งถิ่นทุรกันดารและการคลอดบุตร ที่ปรากฏตัวอยู่ในอารยธรรมกรีก รวมไปถึงอียิปต์ รู้จักกันในอีกนามหนึ่งว่า “เทพีแห่งเวทมนตร์” และมีบทบาทในฐานะ “ราชินี” แห่งผี ในประเทศอเล็กซานเดรีย ศตวรรษสุดท้ายก่อนก่อนคริสตกาลมาเยือน เธอได้รับการเคารพบูชา ในฐานะของ “เทพีแห่งแม่มด”

            สุนัข โดยเฉพาะสุนัขตัวเมีย เชื่อกันว่าเป็นสัตว์ที่มีความเกี่ยวข้องมากที่สุดกับเฮคาเต้ บางครั้งสุนัขสีดำ จะถูกนำมาบูชายันต์เพื่อสักการะแด่เฮคาเต้ นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่า เฮคาเต้ มักปรากฏกายในรูปร่างของสุนัข และปรากฏตัวพร้อมกับงู ดังนั้น เสียงเห่าของสุนัข จึงถูกมองว่าสัญญาณแรกของการมาของเทพีองค์นี้ 

            นอกจากความสามารถด้านเวทมนตร์แล้ว เฮคาเต้ ยังมีความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร ยาพิษ และสารหลอนประสาทอีกมากมาย การชี้นำของเธอ ทำให้เกิดการค้นพบพืชที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เช่น แมนเดรก โคไนท์ และฝิ่น เป็นต้น ซึ่ง เฮคาเต้ ได้ทำการทดลองใช้พืชหลอนประสาทเหล่านี้ เพื่อหาผลที่เกิดขึ้นแตกต่างกันออกไป จนทำให้เธอได้รับการรับถืออย่างมากของเหล่าแม่มดในยุคหลัง

 

5.แม่มดในตำนาน : Circe

            ในตำนานเทพเจ้ากรีก “ไซซี” เป็นเทพธิดาที่มีเส้นผมเป็นเปลวไฟ ที่อาศัยอยู่บนเกาะ Aeaea ไซซี มีชื่อเสียงอย่างมากในการปรุงยา รวมไปถึงใช้เวทมนตร์ ทำการเปลี่ยนศัตรู หรือคนที่เธอโกรธให้กลายเป็นสัตว์ นอกจากนี้ เธอยังได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้รอบรู้ด้านพืชสมุนไพร และสารเสพติด เป็นอย่างมาก

            ในนวนิยาย โอเมอร์ เรื่อง  “Odyssey” ลูกเรือของ Odysseus ได้พบกับเกาะของไซซี และพบกับ ”คฤหาสน์แห่งน้ำ” ในพื้นที่โล่งที่ถูกห้อมล้อมด้วยไม้หนาม ห้อมล้อมไปด้วยหมาป่า และสิงโต ที่ไม่เป็นอันตรายกับผู้คน แต่ที่จริงแล้วบรรดาสัตว์เหล่านี้ คือ เหยื่อเคราะห์ร้ายที่ตกอยู่ใต้มนต์สะกดเวทมนตร์ของเธอ บรรดาเหล่าลูกเรือได้รับเชื้อเชิญให้เข้าสู่งานเลี้ยง ที่เต็มไปด้วยอาหารเจือปนด้วยยาเวทมนตร์ เธอเปลี่ยนลูกเรือทั้งหมดให้กลายเป็นสุกร และลงโทษพวกเขาด้วยไม้เรียว

            Odysseus สามารถช่วยคนของเขาทั้งหมดได้สำเร็จ ด้วยการใช้สมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ “Moly” ที่เฮอเมส มอบให้ป้องกันตัวเองจากยาพิษของไซซี เขาทำตามคำแนะของเฮอเมส พยายามหลีกเลี่ยงการยั่วยวนของไซซี เมื่อลูกเรือทั้งหมดเป็นอิสระ Odysseus และไซซี กลายมาเป็นคู่รักกัน คนทั้งหมดอยู่ร่วมดื่มกินกันบนเกาะแห่งนั้น ในขณะที่ไซซีเอง ก็พยายามช่วยค้นหาเส้นทางกลับบ้านของ Odysseus ให้อีกด้วย

            ในการเล่าขานถึงบางตำนานของไซซี เชื่อกันว่า เธอมีความสามารถในการทำให้สวรรค์มืดมิด ด้วยการซ่อนดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ เอาไว้หลังก้อนเมฆ พร้อมกับสามารถทำลายศัตรูด้วยน้ำผลไม้ผสมยาพิษ และเรียก Nyx, Chaos หรือ Hecate มาช่วยทำลายศัตรู รวมไปถึงการเคลื่อนย้ายป่า ต้นไม้ ไม้เลื้อยไปรอบๆตัวได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าเธอได้เปลี่ยนหญิงสาวผู้งดงามว่า Scylla ให้กลายเป็นสัตว์ประหลาด ที่มีใบหน้า เต้านมของผู้หญิง แต่มีปีก หกหัว สิบสองเท้า ทำหน้าที่เป็นสุนัขเฝ้ายาม คอยดักทำร้ายเรือที่แล่นผ่านช่องแคบระหว่างซิซิลี กับอิตาลี

 

6.แม่มดในตำนาน : Medea

            มีเดีย เป็นแม่มดในตำนานของเทพเจ้ากรีก เป็นนักบวช และสาวกของเทพธิดาแม่มด เฮคาเต้ โดย มีเดีย เป็นลูกสาวของกษัตริย์ Aetes แห่ง Colchis เป็นหลานสาวของพระเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ และเป็นหลานสาวของแม่มดไซซี  เรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวของมีเดีย ถูกนำมาใช้ในงานวรรณคดีมาอย่างยาวนานหลายศตวรรษ

            เรื่องราวของแม่มดมีเดีย เริ่มต้นขึ้น เมื่อ เจ้าชาย “เจสัน” ได้ออกสืบเสาะแสวงหาขนแกะทองคำ มีเดีย ตกหลุมรักเขา และสัญญาว่าจะช่วยให้ครอบครองมันถ้าหากแต่งงานกับเธอ ความรู้และทักษะการปรุงยาของมีเดีย ทำให้เจสันสามารถครอบครองขนแกะทองคำได้สำเร็จ ทั้งคู่ได้แต่งงานกันตามสัญญา แต่ในขณะที่กำลังหลบหนีตามกัน ด้วยความหวาดระแวง มีเดีย ได้ฆ่าน้องชายของตัวเอง  เล่าว่า มีเดีย ได้ทำการตัดร่างกายของน้องชายออกเป็นชิ้นๆ แล้วทำการกระจายทิ้งเอาไว้สถานที่ละชิ้น เพื่อถ่วงเวลาให้ กษัตริย์ Aetes ต้องเสียเวลาเก็บชิ้นส่วนให้ครบเพื่อนำมาทำพิธีศพ

            หลังจากที่สามารถหนีกลับไปถึงดินแดนของเจ้าชายเจสันอย่างปลอดภัย มีเดีย ก็ยังไม่เลิกใช้เวทมนตร์ โดยการเปลี่ยนแกะแก่ ให้กลายเป็นแกะหนุ่ม ด้วยพิธีกรรมสุดสยอง เธอหั่นพวกมันออกเป็นชิ้นๆแล้วนำไปต้ม ในบางความเชื่อเล่าว่า มีเดีย ได้ทำการสังหารพ่อของเจสัน ที่มีนาม อีสัน แล้วกรอกเขาด้วยยาวิเศษ ที่ช่วยคืนความเยาว์วัย

            ในท้ายที่สุด เจสัน ได้ทนไม่ไหวตีจากมีเดียไป เมื่อกษัตริย์ Creon แห่ง Corinth ได้เสนอลูกสาวผู้เลอโฉม นามว่า Glauce ให้กับเขา มีเดีย จึงได้ทำการแก้แค้นสามีที่ทรยศ ด้วยการส่งชุด และมงกุฎสำหรับเจ้าหญิง Glauce ที่เต็มไปด้วยยาพิษร้ายแรงไปให้ ซึ่งพรากชีวิตของเจ้าหญิงโชคร้ายองค์นี้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงกษัตริย์ และราชินี ที่พยายามเข้าไปช่วย อย่างไรก็ตาม ในภายหลังเจสันถูกลอบสังหาร เมื่อสูญเสียเจสันไป มีเดีย ก็ทำการฆ่าลูกชายทั้งสองของตัวเอง รวมไปถึง Mermeros และ Pheres ผู้ลงมือทำร้ายเจสันจนถึงแก่ชีวิตด้วย

            หลังจากนั้น มีเดีย ได้หลบหนีไปยังเอเธนส์ และได้แต่งงานกับ Aegeus กษัตริย์แห่งเอเธนส์ พร้อมกับคำสัญญาว่าเธอจะใช้เวทมนตร์ เพื่อช่วยให้กษัตริย์มีลูกหลานสืบสกุลเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้น มีเดีย ได้ให้กำเนิดลูกชายหนึ่งคน แต่ความสุขเหล่านั้นก็ไม่ยั่งยืน เมื่อลูกชายนาม Theseus ที่หายสาบสูญไปอย่างยาวนานของกษัตริย์ Aengeud ได้หวนกลับมา พร้อมกับพยายามวางยาลูกชายของมีเดีย เพื่อที่จะได้สิทธิ์ในการสืบบัลลังก์คืนมา ทำให้ช่วงปลายชีวิตของมีเดีย เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน และการล้างแค้นอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น

 

7.แม่มดในตำนาน : Cassandra

            ในตำนานเทพเจ้ากรีก คาสซานดรา เป็นลูกสาวของกษัตริย์ไพรแอม และราชินีฮีคูบา แห่งอาณาจักรทรอย ความงามของ คาสซานดรา ทำให้เทพอพอลโล ถึงกับหลงไหล และมอบของขวัญให้เธอเป็นความสามารถในการยกก้อนเมฆ และการทำนาย อย่างไรก็ตาม คาสซานดรา ไม่ได้ตอบสนองความรักดังกล่าว ทำให้เทพอพอลโลชิงชังสาปแช่ง ให้ไม่มีใครในโลกเชื่อคำพยากรณ์ของเธอ ถึงแม้สิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นจริงก็ตาม จนกลายมาเป็นที่มาของความเจ็บปวด อย่างไม่มีที่สิ้นสุดของเธอ

            ด้วยความสามารถในการพยากรณ์ คาสซานดรา จึงกลายมาเป็นแม่มดที่รู้จักกันดีในฐานะของแม่มดนักทำนาย และผู้บอกเล่าลางร้าย เรื่องราวของเธอ มีการบอกเล่าที่แตกต่างกัน และปรากฏตัวหลายครั้งในงานวรรณกรรมต่างๆ อย่างเช่น งานของเช็คสเปียร์ เป็นต้น

            ในเรื่องราวของสงครามโทรจัน ในวรรณกรรมเรื่อง “อีเลียด” คาสซานดรา พยากรณ์ถึงการล่มสลายของเมืองทรอย กลอุบายของม้าไม้ที่ถูกส่งเข้ามาในเมืองทรอย การตายของกษัตริย์ Agamemnon และแม้กระทั่งความตายของตัวเธอเอง แต่ด้วยคำสาป ทำให้เธอไม่สามารถขัดขวางโศกนาฏกรรมเหล่านั้นได้ เพราะครอบครัวคิดว่าเธอเป็นบ้า ในตำนานบางเรื่องเชื่อว่า เธอถูกกักขังเอาไว้หลังสงคราม หรือถูกจับกุมตัวในขณะที่หลบซ่อนตัวอยู่ภายในวิหารแห่งเอธีน่า และกลายมาเป็นเมียน้อยของกษัตริย์ Agamemnon ผู้ได้รับชัยชนะจากสงครามครั้งนั้น เมื่อเดินทางกลับถึงกรุงเอเธนส์ ทั้ง กษัตริย์ Agamemnon และคาสซานดรา ถูกฆ่าโดยพระราชินีของกษัตริย์ Agamemnon

 

8.พ่อมดในตำนาน : Abaris the Hyperborean

            เอบาลิสต์ มีตำแหน่งเป็นปุโรหิตของเทพอพอลโล เป็นปัญญาชน และเป็นกึ่งตำนานของจอมเวทซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของชาวกรีกโบราณ เอบาลิสต์ เกิดในซีเธีย และได้ทำการเรียนรู้ทักษะที่ลึกลับจากบ้านเกิด เขากล่าวว่าตนเองได้รับมอบ “ลูกศรทองคำ” และคำสั่งของเทพอพอลโล ให้เดินทางไปทั่วโลก ในบางตำนานเชื่อว่า เอบาลิสต์ เหาะเหินด้วยไม้กวาดไปทั่วโลก และมีความสามารถในการรักษาจิตวิญญาณของมนุษย์ด้วยการใช้ยาสมุนไพร

 

9.แม่มดในตำนาน : Baba Yaga

            บาบายากา เป็นแม่มดที่มักปรากฏตัวในรูปแบบของหญิงชราชาวสลาฟ (ชาวรัสเซีย) เป็นแม่มดชั่วร้าย ที่ผู้ใหญ่มักจะหยิบยกขึ้นมาขู่เด็กๆว่า จะบินมาลักพาตัวเด็กๆด้วยไม้กวาด และกินเด็กเล็กๆเป็นอาหาร โดยปกติแล้ว ภาพลักษณ์ของ บาบายากา จะเป็นความน่าสะพรึงกลัว แต่ในอีกด้านหนึ่ง เธอก็เสนอตัวเป็นผู้พิทักษ์ให้กับคนที่สูญเสียจิตวิญญาณ

            ชื่อของ บาบายากา มีความแตกต่างกันเล็กน้อยในภาษาสลาฟ แต่โดยทั่วไป ชื่อของแม่มดรายนี้ จะประกอบด้วยคำว่า “บาบา” ที่แปลว่า “ยาย” หรือ “หญิงชรา” และคำว่า “ยากา” ที่แปลว่า “จิ๋ว”

            ในนิทานของรัสเซีย กล่าวเอาไว้ว่า บาบายากา เป็นแม่มด ที่บินผ่านท้องฟ้าอากาศด้วยไม้กวาดที่ทำจากไม้สีเงิน โดยใช้ “สาก” เป็นหางเสือควบคุมทิศทางในการบิน บาบายากา อาศัยอยู่ในกระท่อมไม้ซุง ที่ไม่มีหน้าต่าง และประตู ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ตลอดเวลาด้วยขาไก่ หรือล้อมรอบด้วยรั้วเหล็ก ไม่ก็รั้วที่ทำจากระดูกของมนุษย์ที่มีหัวกะโหลกด้านบน ทางเดียวที่จะเข้าไปภายในได้ คือ ไขกุญแจ ที่รูกุญแจเต็มไปด้วยฟันอันแหลมคม บางตำนานเชื่อว่าประตูของบ้านจะไม่ปรากฏขึ้น จนกว่า บาบายากา จะกล่าววลีที่เต็มไปด้วยมนตร์ขลังเสียก่อน เพราะโดยปกติ บาบายากา จะใช้ปล่องไฟเป็นช่องทางในการเข้าออก ภายในบ้าน นอกจากนี้ บาบายากา จะมีคนรับใช้ที่มองไม่เห็นสามร่าง คอยทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของ บาบายากา

            ภาพของ บาบายากา มักจะปรากฏตัวในรูปกายของหญิงชรา ที่มีฟันเป็นเหล็ก หรือบางครั้งก็ปรากฏตัวเป็นโครงกระดูกที่มีความดุร้าย มีจมูกที่ยาวแหลม และนอนกรนเสียงดังไปทั่วทิศทาง จนทำให้ใบไม้รอบๆถึงกับหมุนคว้างไปมาในอากาศ บาบายากา ยังเป็นจิตวิญญาณของผู้ปกครองของน้ำพุแห่งชีวิต และความตาย ข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ของ บาบายากา ขี่ม้าม้าขาว แห่งรุ่งอรุณ ม้าแดง แห่งดวงอาทิตย์ และม้าสีดำ แห่งความมืดมิด บาบายากา ยังได้รับการเคารพในฐานะของเทพธิดาแห่งภูมิปัญญา จิตวิญญาณของธรรมชาติ และความตาย สู่การเกิดใหม่ นอกจากนี้ บาบายากา ยังเป็นผู้รอบรู้ในทุกสรรพสิ่ง และพร้อมที่จะเปิดเผยทุกเรื่องราวความลับให้กับคนที่กล้าถาม

 

11.แม่มดในตำนาน : Morgan Le Fay

            มอร์แกน เลอ เฟย์ เป็นแม่มดที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับกษัตริย์อาเธอร์ และราชินีเวียร์ ในตำนานของประเทศอังกฤษ แต่เดิม มอร์แกน เลอ เฟย์ เป็นเพียงผู้ใช้เวทมนตร์ทั่วไป แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอได้สะสมความชั่วร้ายมากขึ้นจนกระทั่งขาดสติ และเชื่อกันว่าเวทมนตร์ดำของเธอนั้น ได้รับการสั่งสอนมาจากพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ “เมอร์ลิน”

            มอร์แกน เลอ เฟย์ เป็นลูกพี่ลูกน้องของกษัตริย์อาเธอร์ โดยทำหน้าที่ในการทำนายความเป็นไปของสงคราม แต่เดิม มอร์แกน เลอ เฟย์ เป็นแม่มดผู้ใจดี และค่อยๆน่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อได้เรียนรู้มนต์ดำ บวกกับความเกลียดชัง ที่มีต่อพระราชินีเวียร์ และกษัตริย์อาเธอร์ ที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ อูเธอร์ แพนดร้าก้อน พ่อของกษัตริย์อาเธอร์ ที่ได้ทำการสังหารพ่อของเธอ แล้วแต่งงานกับแม่ของเธอ

            จึงไม่น่าแปลกใจนักที่เธอจะกลายมาเป็นผู้ยุยงคนสำคัญ ที่ทำให้เกิดการล่มสลายของกษัตริย์อาเธอร์ การใช้เวทมนต์ครั้งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเธอ คือ การทำให้คนรักอย่าง เซอร์ Accolon สามารถใช้ดาบในตำนานเอ็กคาร์ลิเบอร์ เพื่อสังหารกษัตริย์อาเธอร์ แต่เมื่อแผนการล้มเหลว เธอได้ทำการผนึกดาบเอ็กคาร์ลิเบอร์ด้วยฝักดาบ แล้วโยนมันทิ้งให้จมสู่ทะเลสาบ มอร์แกน เลอ เฟย์ ปรากฏตัวในงานวรรณกรรม ภาพยนตร์ นิทาน และการ์ตูนอีกมากมาย ในฐานะของแม่มดผู้ชั่วร้าย แต่มีหลายคนเชื่อว่า ความเลวร้ายเหล่านั้น เป็นเพียงการใส่ความ เพราะ มอร์แกน เลอ เฟย์ เป็นหนึ่งในคนที่พยายามลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อรักษาศาสนาอิสลามพื้นเมือง กับสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือของศาสนาคริสต์ในยุคนั้น

 

12.พ่อมดในตำนาน : Merlin

เมอร์ลิน ผู้ยิ่งใหญ่ (The Great Merlin) เป็นนักเวทมนต์ที่รู้จักกันดีในฐานะของที่ปรึกษาคนสำคัญของกษัตริย์อาเธอ แห่งประเทศอังกฤษ ผู้ครอบครองดาบวิเศษเอ็กคาลิเบอร์ เมอร์ลินเป็นจอมเวทย์ที่มีอำนาจมาก ถึงขนาดถูกกล่าวขานว่าเป็น “บุตรของปีศาจ” เหตุผลสำคัญ ที่ทำให้ได้รับฉายานี้ ตำนานเล่าว่า เมอร์ลิน กำเนิดมาจากความสัมพันธ์ในฝันของแม่ชี กับ “อินคิวบัส” ทำให้เขาเกิดมาพร้อมกับพลังอำนาจเหนือโลหะ น้ำ และหิน จนสามารถเสียบดาบลงไปในทั่งตีเหล็ก ทำให้เครื่องโม่หินหนักๆ เบาจนลอยน้ำ สั่งน้ำทะเลให้ขึ้นลงได้อย่างหน้าตาเฉย มีพลังในการหยั่งรู้อนาคต และเวทมนตร์แปลกๆอีกมากมาย ตัวอย่างเช่น สามารถสั่งให้กำแพงปราสาทคาเมล็อต เหวี่ยงศัตรูกำลังปีนขึ้นมาให้ตกลงไปเอง เป็นต้น

ภาพของเมอร์ลิน ที่ได้รับการยอมรับ และปรากฏขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.1136 โดยการเป็นที่ปรึกษาของพ่อกษัตริย์อาเธอร์ และเป็นผู้รับผิดชอบการจัดขนส่งหินสโตนแฮนจากไอร์แลนด์ มายังประเทศอังกฤษ แต่เรื่องราวของเมอร์ลิน ในภายหลัง นิยมปรากฏอยู่ในงานวรรณกรรม และบทกวี มากมาก เชื่อกันว่า เมอร์ลิน ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับทำนายว่าทายาทโดยชอบธรรมของกษัตริย์อูเธอ แพนดราก้อน แห่งประเทศอังกฤษ หรือกษัตริย์อาเธอร์จะทำการสังหารกษัตริย์เพื่อช่วงชิงบัลลังค์ ในภายหลัง เมอร์ลิน ได้กลายมาเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของกษัตริย์อาเธอร์ จนกระทั่งสิ้นรัชสมัยของพระองค์

  เมอร์ลินเป็นผู้วางกำแพงเวทมนต์ล้อมรอบเกาะอังกฤษเพื่อปกป้องคุ้มครองอาณาจักรจากปีศาจร้าย และเหล่าผู้รุกรานจากอีกฟากโพ้นทะเล ตามตำนานกล่าวไว้ว่า ใน กลามอร์กันไชร์ (Glamorganshire) ในมณฑลวาเลส (Wales) มีหินแห่งเกาะ บาร์รี (Barry) ถ้าหากเอาหูไปแนบฟัง ก็จะได้ยินเสียง กอบลิน (Goblin) ที่ถูกเมอร์ลินใช้เวทมนต์สั่งให้ตีเหล็ก เพื่อสร้างกำแพงล้อมรอบเกาะอังกฤษจนกว่าเขาจะสั่งให้หยุด ในตอนสุดท้าย เมอร์ลิน ถูก แม่มดวิเวียน (Viven) แห่งทะเลสาบ หญิงผู้เป็นที่รักล่อหลอก จนเมอร์ลินต้องถูกจองจำเอาไว้ในต้นโอ๊คตลอดกาล ทำให้เหล่ากอบลินที่น่าสงสาร ยังคงทำงานของมันมาจนถึงทุกวันนี้    

 

13.แม่มดในตำนาน : Holda

            โฮลด้า เป็นหญิงวัยกลางคนผู้มีพลังเหนือธรรมชาติ ที่ค่อยปั่นป่วนการคลอดบุตร และสัตว์ ในประเทศที่มีฤดูหนาวอันเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน โดยเฉพาะทางตอนใต้ของเยอรมัน เชื่อกันว่า เธอเป็นเจ้าของสระศักดิ์สิทธิ์ที่นำพาวิญญาณของเด็กทารกมายังโลก ในบางความเชื่อ กล่าวว่า โฮลด้า เป็นผู้นำของกลุ่มแม่มดที่มีชื่อว่า “Wild Hunt” ที่บินไปมาทั่วท้องฟ้าในยามราตรี

            เมื่อถึงช่วงต้นของศตวรรษที่ 11 โฮลด้า เป็นที่รู้จักกันในฐานะผู้นำของผู้หญิง และผีที่ออกหากินกลางคืน พวกเธอจะออกจากบ้านผ่านประตูที่ปิดอยู่อย่างเงียบเชียบ และเดินทางผ่านท้องฟ้าด้วยไม้กวาด พร้อมกับจัดงานเลี้ยง หรือต่อสู้กันบนท้องฟ้า

 

14.แม่มดในตำนาน : Aradia

            เอลาเดีย เป็นลูกสาวของเทพีไดอาน่า และลูซิเฟอร์ เอลาเดีย  ถูกส่งลงไปยังพื้นโลก ในฐานะของ “แม่มดคนแรก” พร้อมกับจุดประสงค์ในการสอนเวทมนตร์ให้กับมนุษย์ เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดจากการกดขี่ และได้รับตำแหน่งบูชาในฐานะของผู้นำเหนือธรรมชาติ ของลัทธิแม่มด ในบางประเพณีของแม่มด ชื่อของเอลาเดีย เป็นหนึ่งในรายนามของ “เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ผู้ยิ่งใหญ่” หรือ “ราชินีแห่งแม่มด”

 

15.พ่อมดในตำนาน : Gilles de Rais

จากบันทึกเชื่อว่า จิลล์ เดอ เคร เป็นหนึ่งขุนนางชาวฝรั่งเศส ที่เคยเข้าร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับวีรสตรีชื่อก้องโลกอย่าง “โจน ออฟ อาร์ค” หลังจากที่สงครามจบลง ส่วนโจน ถูกจับเผาทั้งเป็นในฐานะแม่มด จิลล์ เดอ เคร สิ้นเนื้อประดาตัว และมีการใช้มนต์ดำ เพื่อพยายามสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง อย่างไรก็ตามพิธีกรรมนี้ จำเป็นต้องใช้โลหิตของผู้บริสุทธิ์ไร้เดียงสามาใช้ในการประกอบพิธีกรรม เขาจึงได้ทำการล่าฆ่าเด็กเพื่อโลหิตไม่น้อยกว่า 50 คน แต่ในที่สุดก็ถูกจับ และถูกประหารโดยการเผาทั้งเป็น

 

16.พ่อมดในตำนาน : Apollonius of Tyana

อะปอลโลนิอุส แห่งไทอาน่า เป็นชาวกรีก ที่มีชีวิตอยู่ในยุคเดียวกับพระเยซู เป็นผู้ที่มีความสามารถในการพูดโน้มน้าวผู้คน ตามตำนานกล่าวว่า เขาสามารถเข้าใจได้ทุกภาษา แม้แต่ภาษาของเหล่าสรรพสัตว์ และสามารถที่จะล่วงรู้ได้ถึงความคิด และชะตากรรมของผู้คน  อะปอลโลนิอุสเป็นคนที่ร่ำรวย แต่ก็ได้บริจาคทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับนยากไร้ แล้วออกเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆเพื่อใช้เวทมนต์ช่วยเหลือผู้คน

อะปอลโลนิอุส ได้ทำการทำนายการเสียชีวิตของจักรพรรดิแห่งโรมา (Rome) พระนามว่า โดมิเตียน (Domitian) ได้อย่างถูกต้อง ตามตำนานบันทึกเอาไว้ว่า อะปอลโลนิอุส มีชีวิตอยู่นานเกือบ 100 ปี ก่อนที่จะหายตัวไปอย่างลึกลับ โดยไม่มีการบันทึกถึงการเสียชีวิตของเขาอย่างแน่ชัด

 

17.พ่อมดในตำนาน : Ziito

 ในประเทศโบฮีเมีย มีตำนานเกี่ยวกับบุรุษแคระหลังค่อม มีปากกว้างเกือบถึงใบหูทั้งสองข้าง ในชื่อของ ซีอีโต้ กับฐานะของนักเวทมนต์ที่มีอำนาจอย่างมามาก เวลาที่เหาะเดินทางไปไหน ถ้าหากใครเผลอไปมองเข้า จะถูกเวทมนต์เสกให้ปรากฏเขากวางขึ้นอยู่บนศีรษะ ที่ไม่สามารถเอาออกได้อีกเลยตลอดชีวิต

 

 





แท็กล่าผี