เงือกงู (มกร) อสูรกลืนพญานาค

เงือกงู (มกร)  อสูรกลืนพญานาค

            หากกล่าวถึงพญานาค เชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงคุ้นเคยกับสัตว์ในตำนานตนในตนนี้อย่างมาก เพราะมีการกล่าวถึงบ่อย ปรากฏตัวในภาพยนตร์ก็มาก แถมยังมีให้เห็นตามวัดวาอารามตามสถานที่ต่างๆมากมายในลักษณะของงูขนาดใหญ่ที่มีเกล็ดสีสันสดใส บ้างก็ว่ามีสีของเกล็ดมากถึงเจ็ดสีกันเลยทีเดียว แต่ในอีกมุมมืดหนึ่งยังมีสัตว์ในพงศวดารอีกตนหนึ่งแอบอยู่ในความมืดมิดจ้องมองพญานาคที่ได้รับความสนใจอยู่อย่างเงียบๆ พร้อมกับรอคอยโอกาสที่จะ “กลืนกินพญานาค” หากไม่ระมัดระวังตัว

 

ลักษณะที่น่าสนใจของเงือกงู หรือมกร

          ภาพจาก : mysteryofindia.com

              “เงือกงู” หรือ “มกร” (เบญจลักษณ์) บางครั้งเรียกว่า “เหลา” เชื่อว่าเป็นตนกำเนิดของคำแผลงที่กลายมาเป็นคำว่า “มังกร” ในปัจจุบัน บางครั้งเรียกว่า “เงือกกลืนนาค” บ้างเรียก “ตัวสำรอก” เป็นสัตว์ในตำนานอีกประเภทหนึ่งที่ปรากฏตัวให้เห็นบ่อยครั้งในงานศิลปะและตามวัดวาอาราม แต่คนทั่วไปกลับไม่รู้จัก และไม่ได้สังเกตเห็นพวกมัน มีลักษณะคล้ายกับงูขนาดใหญ่ มีเท้าสั้นๆ อาศัยอยู่ในสายน้ำ (เชื่อว่าอยู่ในลำน้ำโขง) แต่เชื่อว่าอาศัยอยู่ได้ทั้งบนบกและในน้ำ มีความคล้ายคลึงผสมผสานระหว่างนาคกับจระเข้  กินเนื้อเป็นอาหาร  ส่วนสาเหตุที่ทำให้มันถูกเรียกว่าตัวสำรอก มาจากการที่เงือกงูมักจะคายหรือสำรอกเอาวัตถุบางอย่างออกมาทุกครั้ง เช่น พญานาค เป็นต้น ทำให้หลายครั้งที่มันถูกเรียกว่า “มกรคายนาค” หรือ “ตัวกินนาค”

 

 

          ภาพจาก : kickstarter.com

          ในเทวตำนานของศาสนาฮินดูเงือกงู (Makara) เป็นสัตว์ประหลาดที่อาศัยอยู่ในท้องทะเล มักอยู่ในรูปร่างที่ผ่านการผสมผสานของสัตว์หลายชนิด ครึ่งหน้าอาจเป็นสัตว์บก อาทิ ช้าง จระเข้ หรือกวาง ส่วนร่างกายครึ่งหลัง (โดยเฉพาะส่วนหาง) เป็นสัตว์น้ำ เช่น ปลา แมวน้ำ หรือบางครั้งอาจเป็นนกยูง เป็นต้น มักถูกสร้างประดับเอาไว้ตามปากทางเข้าของศาสนาฮินดู และพุทธสถาน

           ภาพจาก : mysteryofindia.com

 

             เงือกงู หรือ มกร ยังเป็นหนึ่งในพาหนะของพระแม่คงคา และพระวรุณ เทพแห่งสายฝน และทะเล ทำให้ในทางล้านนาของประเทศไทย ก็ยังมีการนำเงือกงูมาใช้ในพิธีขอฝนอีกด้วย นอกจากนี้เงือกงูยังปรากฏให้เห็นในธงของพระกามเทพที่มีชื่อว่า “การกะธวัช” และยังเป็นสัญลักษณ์ของราศีมังกร

            จากบันทึกเกี่ยวกับเรื่องราวของป่าหิมพานต์พบว่า เงือกงู เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ บริเวณเชิงเทือกเขาพระสุเมรุ ลักษณะภายนอกมีการผสมผสานระหว่างจระเข้กับพญานาค มีลำตัวเหยียดคล้ายพญานาค แต่มีขายื่นออกมาจากลำตัว มีปากเหมือนจระเข้ ทำหน้าที่เฝ้าอยู่ที่เชิงเขาพระสุเมรุไม่ให้มนุษย์ขึ้นไปทำการรบกวนเหล่าทวยเทพ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนสวรรค์

ภาพจาก : saatchiart.com

 

ตำนานเกี่ยวกับเงือกงู

            เงือกงู ได้ปรากฏในตำนานการกำเนิด “แม่น้ำโขง” ที่เชื่อกันว่าที่จริงแล้วแม่น้ำที่รู้จักกันดีของชาวอีสานแห่งนี้ เกิดขึ้นมาจากพญานาคสองตน มีนามว่า “พิณธโยนกวติ” และ “ธยะมูล” ผู้อาศัยอยู่กับ “ชีวายะ” ผู้เป็นหลาน ที่ปกครองหนองน้ำขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า “หนองแสง” อยู่คนละด้านเกิดความบาดหมางวิวาทกันอย่างรุนแรง จนบรรดาเหล่าสรรพสัตว์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นพากันบาดเจ็บลงตายเป็นจำนวนมาก พระอินทร์จึงทรงใช้ให้พระวิศวกรรมลงมาปราบ โดยเทพองค์นี้ได้ส่ง “ผีเปรตยักษ์” และ “เงือกงู” ลงมาสู้รบขับไล่พญานาคเจ้าปัญหาทั้งสามตน พญานาคสู้ผีเปรตยักษ์และเงือกงูไม่ได้เพราะกลัวถูกจับกินจึงพากันหลบหนีไปทิ้งร่องรอยการหลบเลื้อยหนีของพญานาคกลายมาเป็นแม่น้ำโขงอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน

ภาพจาก : mysteryofindia.com

 

            นอกจากตำนานบทแรกที่ได้กล่าวถึงกันไปแล้ว ยังมีเรื่องเล่าว่า เงือกงูเป็นตัวแทนของความอิจฉาริษยา และหลงทะนงในตัวเอง เป็นสัตว์ที่มีความมักใหญ่ใฝ่สูงอยากเป็นเจ้าแห่งลำน้ำโขง และอิจฉาพญานาคที่ได้รับชื่อทางธรรมให้ผู้คนที่มาขออุปสมบทต้องถูกเรียกว่า “นาค” ก่อนบวชพระ ทำให้หาเรื่องเอาชนะพญานาคด้วยการท้าทายประลองกำลัง พญานาคไม่อยากให้เหล่าสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำเดือดร้อนจากการประลองจึงยื่นกติกาว่า หากเงือกงูสามารถกลืนกินพญานาคได้ทั้งตัว ให้ถือว่าเงือกงูเป็นฝ่ายชนะ เงือกงูพยายามกลืนพญานาคตั้งแต่หางขึ้นไป กลับไม่สามารถกลืนกินส่วนหัวของพญานาคได้จึงเหลือส่วนหัวพ้นออกมา บางตำนานเล่าว่าพญานาคค่อยๆโผล่หัวออกมาจากปากของเงือกงูจนครบ 7 เศียร จนกระทั่งเงือกงูรู้สึกหิวโหย จึงยอมแพ้ไปเองในที่สุด ทำให้รูปปั้นของพญานาคในภาคเหนือ อีสานและประเทศลาวส่วนใหญ่ตามบันไดทางขึ้นของวิหารแม้ส่วนหัวจะเป็นพญานาค แต่ส่วนของลำตัวกลับเป็นของเงือกงู

ภาพจาก : mysteryofindia.com

            เชื่อกันว่าที่จริงแล้วเรื่องราวของเงือกงูเป็นหนึ่งในปริศนาธรรม ที่แสดงให้เห็นถึง “ความดี ที่สามารถเอาชนะความชั่วได้ทั้งปวง” ให้ทุกคนยิ้มเหมือนกับพญานาคที่แม้จะถูกเงือกงูพยายามกลืนกินก็ยังคงสามารถยิ้มรับได้ ให้ทิ้งความทุกข์เอาไว้ที่ทางเข้าโบสถ์ วิหาร เพื่อที่จะได้พบกับความสงบร่มเย็นกลับไป ไม่เป็นทุกข์ หรือในทางพุทธศาสนานากงู หมายถึง “อุปทาน ความยึดติด ความลุ่มหลง” โดยปรากฏให้เห็นกันอย่างชัดเจน ในวัดหลายแห่งทางภาคเหนือ อาทิเช่น วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดบุพพาราม จังหวัดเชียงใหม่ วัดศรีคิรินทราราม จังหวัดแพร่ วัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง เป็นต้น

 

เงือกงู กับแง่มุมทางประวัติศาสตร์

            นักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อว่า เงือกงู หรือรูปปั้นมกรคายนาก เป็นเรื่องของการแสดงอำนาจของพม่าที่มีอยู่เหนือชาวล้านนา เพราะพญานาคเป็นสัญลักษณ์แห่งความเคารพศรัทธาของชาวล้านนา ในขณะที่เงือกงูเป็นความเชื่อของชาวพม่า ที่พยายามกลืนกินพญานาคซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามของพม่าในการกลืนกินให้ล้านนากลายเป็นเมืองขึ้นของตัวเองนั่นเอง

ภาพจาก : mysteryofindia.com

            ด้วยความหลากหลายของชื่อเรียกไม่ว่าจะเป็นเงือกงู เหลา มกร มังกรคายนาก ฯลฯ ทำให้เงือกงู กลายมาเป็นหนึ่งในสัตว์ประหลาดที่คนไทยไม่ค่อยรู้จักกันนัก แต่หลังจากที่อ่านบทความชิ้นนี้จนจบเชื่อว่าตอนนี้คุณผู้อ่านคงพอมองเห็นภาพแล้วว่าเงือกงู สัตว์ร้ายที่พญานาคหวาดกลัวหนักหนานั้นมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร..

 

 

 


ข้อมูลอ้างอิง

“เงือกงู”..........สิ่งที่พญานาคกลัวจนตัวสั่น!!!!
เปิดตำนาน..เงือก กลืนกิน พญานาค เรื่องราวที่คุณยังไม่รู้
มกร
มกรคายนาค พุทธศิลป์แห่งดินแดนล้านนาไทย
มกรคายนาค
เหรา หรือ มกร
ภาพปกจาก : www.mysteryofindia.com




แท็กล่าผี